จะเกิดอะไรขึ้นหากได้รับ DHC วิตามินอีพร่ำเพรื่อ

วิตามินอี หรือ โทโคเฟอรอล (tocopherol) เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเป็นประจำทุกวัน มีประเภทเป็นน้ำมันสีเหลือง กับละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ วิตามินดี พร้อมทั้งวิตามินเค วิตามินอี มีหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น แอลฟา เบตา แกมมา และซิกมา โทโคเฟอรอล โดยประเภทที่ออกฤทธิ์ได้เยี่ยม คือ แอลฟาโทโคเฟอรอล (alpha-tocopherol)

วิตามินเป็นสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในอาหารที่จำเป็นเกี่ยวกับร่างกายคนเราอย่างยิ่ง ช่วยให้ร่างกายทำงานอย่างมีศักยภาพและต่อสู้กับคิลานะได้

เพราะ  DHC  วิตามินอีไม่สามารถหลอมในน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถขับวิตามินอีออกจากร่างกายได้ทาง ปัสสาวะดังเช่นวิตามินซี หรือวิตามินบี โดยร่างกายจะขับวิตามินอีส่วนเกินบางส่วนออกมาทางอุจจาระ ดังนั้นหากรับประทานวิตามินอีมากเกินไปจะสะสมในร่างกาย นำผลเสียคือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ไปจนถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรง จึงแนะนำว่าไม่ควรบริโภคอาหารเสริมจำพวกวิตามินอีเกินกว่า 1,500 IU ต่อวัน

อาหารอย่างใดบ้างที่เป็นแหล่งของวิตามินอี?

แหล่งอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ในปริมาณสูง ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ น้ำมันพืชต่างๆ ผักที่กินใบ เช่น ผักกาดหอม ผักโขม เป็นต้น ถึงแม้ว่าวิตามินอีจะค่อนข้างทนต่อความร้อนและไม่ละลายในน้ำก็ตาม แต่การประกอบเครื่องกินที่ใช้ความร้อนสูงๆ เช่น การทอด รวมทั้งการเหม็นหืนของน้ำมันก็อาจทำให้วิตามินอีสูญเสีย สภาพไปได้

DHC ที่เป็นวิตามินอีช่วยจัดการจุดด้อยของระบบสืบพันธุ์

DHC วิตามินอีช่วยแก้ไขข้อด้อยของระบบสืบพันธุ์

มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงวัยหมดเมนส์ที่ได้รับวิตามินอีวันละ 800 IU อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน สามารถช่วยลดอาการต่างๆ เช่น อาการร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ เมื่อยล้า ไม่มีชีวิตชีวา และเจ็บหน้าอกได้ ยิ่งไปกว่านี้ในผู้ชายที่มีระบบสืบพันธุ์ไม่เพียบพร้อม พบว่าเมื่อได้รับ DHC วิตามินอี วันละ 200 IU อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน จะมีวิถีทางมีบุตรสูงขึ้น เนื่องมาจากวิตามินอีช่วยลดระดับของอนุมูลอิสระในน้ำอสุจิ จึงทำให้ผนังเซลล์อสุจิขมีขมันขึ้น และส่งผลให้มีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นถึง 30% แต่ก็อาจไม่ปรากฏผลหากคนนั้นเป็นคนสูบบุหรี่ เนื่องมาจากการสูบบุหรี่เป็นวัตถุปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายกำลังวังชาของอสุจิ และอาจทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทรุดโทรมลง

DHC วิตามินอีกับผิวกาย

สถาบันโรคผิวหนังหลายแห่งมีการค้นคว้าวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยระแวดระวังผิวจากการไหม้เกรียม ริ้วรอยเหี่ยวย่นและแผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการทานหรือการทาที่ผิวหนังโดยตรง ด้วยเหตุว่าการเกิดแผลหรือการอักเสบบนหนัง หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น วิตามินอีจะปฏิบัติหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย จึงช่วยสร้างเสริมกำลังกายของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยให้ทู่ซี้ต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงนิยมนำวิตามินอีมาใช้เป็นส่วนผสมของสินค้า